FANDOM





Name :             Army


Power :            Fire (Tank)


Weapon :         Brawling


Movement :      Flight


Server :            TH PC


FIRE TANK PVE


บทความนี้ผมจะแนะนำ แนวทางการอัพสกิลและเทคนิกในการเล่น Fire Tank ซึ่งเป็น Power ฟรี เล่นได้โดยไม่ใช้ DLC ซึ่งวิธีการเล่นอาจจะแตกต่างจาก Ice Tank ที่เป็นที่นิยมของหลายๆ คน ก่อนอื่นเรามาดู Power ที่ควรใช้ สำหรับ Fire Tank จะแบ่งออกเป็น 2 สาย คือ Immolation และ Ignition ครับ


ต้องขอออกตัวก่อนนะครับ สำหรับบทความนี้เป็นเพียงแค่การแนะนำจากการเล่นส่วนตัวของผมเอง อาจไม่ใช่ build ที่ดีที่สุด ไม่จำเป็นต้องตามแนวทางผม  100% ในการเล่นจริง อาจมีการปรับเปลี่ยน ขึ้นอยู่กับรูปแบบ และ ความชอบส่วนบุคคลครับ






IMMOLATION



สายนี้ส่วนใหญ่จะเป็นการโจมตีระยะประชิดเน้นการสร้างไฟที่ตัวเราครับ สำหรับ Power ที่น่าใช้ก็จะมีดังนี้


 ENFLAME - แน่นอนครับ เมื่อเล่นพลังไฟ เราก็ต้องใช้ไฟของเราเผา ศัตรูที่อยู่รอบๆ ตัวเรา นี่เป็นสกิลที่ควรมีใน Fire Tank ทุกคนครับ ใช้สำหรับเปิดการโจมตีในระยะประชิดทำให้ศัตรูติดสถานะไฟไหม้ เพื่อใช้ในการคอมโบ ต่อสกิลอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ


 FIERY WEAPON - เป็นการเพิ่มอัตราและความแรงของ Critical ให้กับอาวุธของเราครับ บางคนอาจคิดว่าไม่ได้เล่น DPS ซะหน่อยจะใช้ทำไม แต่จริงๆ ประโยชน์ของสกิลนี้มีอยู่ครับ เมื่อศัตรูที่ติดสถานะไฟไหม้ แล้วเรากดใช้สกิลนี้ ทันทีที่เราโจมตีศัตรูด้วยอาวุธ เราจะได้รับการฟื้นฟู Health ทันทีครับ คือไว้ใช้ Heal ตัวเรานั่นแหละ


 FLASH POINT – อีกสกิลที่น่าสนใจ ใช้ผลักศัตรูที่อยู่รอบๆ เราครับ หน้าที่ของ Fire Tank อย่างเรา เมื่อมีดึงก็ต้องมีผลัก เป็นสกิลที่กดใช้ได้ทันที และ cooldown ไว เหมาะที่จะใช้ในหลายสถานการณ์ครับ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ให้โจมตีศัตรูที่ติดสถานะไฟไหม้ damage ที่ทำได้จะ x2 ครับ ลองใช้กันดู เป็นอีกสกิลที่สนุกดีครับ


 INFERNO – สกิลยอดนิยมของ DPS ที่รุนแรง หลายคนอาจจะงงว่าใช้ทำไม จำเป็นหรอ? ผมคิดว่าเป็นสกิลที่ดีอีกสกิลครับ เพราะเป็นสกิลวางเพลิงที่ใช้ในระยะไกลได้ตามตำแหน่งที่เราเห็นศัตรูและยังเป็น AoE อีก แถมยังทำให้ศัตรู ลอยและกระเด็นกันเป็นกลุ่มอีก เหมาะสำหรับใช้สลับกับ Enflame ระหว่างรอ cooldown และใช้คู่กับ Fiery Weapon เพื่อให้เราได้รับการ Heal ครับ


 REIGNITION (25% Supercharge) – แน่นอนว่าเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก หรือ Healer ฟื้นพลังให้เราไม่ทัน เราก็ต้องเอาตัวรอดกันก่อนครับ สกิลนี้มีประโยชน์และช่วยเราได้อย่างมากเลยทีเดียวและใช้ Supercharge เพียง 25% เท่านั้น


สกิลอื่นๆ ที่น่าสนใจก็มี BURNOUT ครับ ซึ่งเป็นสกิลที่ใช้ผลักศัตรู แถมยัง Heal เราได้ทันที และลบสถานะ Control Debuff ให้กับเพื่อนเรา 3 คนที่อยู่ใกล้ที่สุดด้วยครับ


IGNITION



สายนี้จะเป็นการโจมตีระยะไกล แต่จะมีบางสกิลที่มีประโยชน์และควรใช้สำหรับ Fire Tank ครับ มาดูกันครับ


 BACKDRAFT - เป็นสกิลที่ขาดไม่ได้จริงๆ สำหรับ Fire Tank ทุกคนในความคิดของผมนะ เพราะเป็นสกิลที่ใช้ดึงศัตรูรอบๆ เข้าหาตัวเราทั้งหมด และที่สำคัญถ้ามีศัตรูติดสถานะไฟไหม้ ก็จะ Heal ให้เราอีกด้วย วิธีใช้ก็ไม่ยากแค่เราเข้าไปอยู่ท่ามกลางฝูงศัตรูแล้วกดใช้ครับ แต่ต้องหาจังหวะเข้าให้เป็นด้วยนะ


 BURNING DETERMINATIONอีกสกิลที่ Heal เราและเอา damage ของศัตรูเข้ามา Heal เราได้อีกในระยะเวลาหนึ่ง แถมยังช่วยเราและเพื่อนๆ ทนต่อ Control และลบ Control debuff อีกด้วย  ซึ่งช่วยเราและเพื่อนๆ ในทีมได้เยอะเลยทีเดียวครับ





ICONIC POWERS


Iconic Powers คือสกิลของฮีโร่ต่างๆ ที่เป็นตัวละครในคอมมิกครับ ซึ่งสกิลบางอัน จะช่วย + ค่าสถานะให้เราด้วย ผมจะสรุปให้คร่าวๆ สำหรับ สกิลที่เราควรใช้ใน Fire Tank นะครับ


Powerful Resistance (+100 Health)


Intimidating Gaze (+ 50 Dominanceg เมื่อเราอยู่ใน Tank role, 25x2 = 50 ครับ)


ค่าสถานะอื่นๆ ที่ควรใช้ก็มีอีกเยอะมากครับ เช่น +Defense กับ Toughness เพื่อเพิ่มพลังป้องกัน หรือ +Critical Healing ต่างๆ ก็เหมาะกับ Fire Tank ที่มีพลังรักษาตัวเองอยู่แล้ว


Stat 'ที่จำเป็นสำหรับ 'Fire Tank


Dominance, Heath, Restoration และ Defense ครับ


ส่วนตัวถ้าใช้ Skill point ในการอัพ ผมแนะนำให้อัพค่า Dominance ก่อนครับ เพราะ 1sp อัพได้ +7 Dominance ครับ แล้วเมื่อเราอยู่ใน Tank role เนี่ย จะคูณ 2 เป็น +14 Dominance ซึ่ง ใน Tank role เราจะได้ bonus Health เพิ่มขึ้นเท่ากับ 2.2 x Dominance ครับ ดังนั้นค่า Health ที่เราจะได้ทั้งหมดใน 1 sp คือ 14 x 2.2 = 30.8 ครับ


ซึ่งค่า Health เราจะได้ +15 Health ต่อ 1 sp ก็จะคูณกับ 1.6 ครับ เป็น 15 x 1.6 = 24 ครับ เห็นไหมว่า 30.8 > 24 เพราะงั้นให้เพิ่มค่า Dominance ก่อนนะ


ส่วนค่าอื่นๆ ที่น่าสนใจก็มี Critical Healing Chance, Critical Healing Magnitude, Restoration ครับ


EQUIPMENT MOD


RED Socket :               Dominance & Precision (Dominance & Might)


YELLOW Socket :        Restoration & Health หรือ Restoration & Dominance


BLUE Socket :             Health หรือ Dominance หรือ Dominance & Health


'Weapon 'หรือ อาวุธที่แนะนำ


สำหรับ Fire Tank ผมแนะนำให้ใช้ อาวุธระยะประชิด และ สามารถ Stun ศัตรูได้ ซึ่งที่ผมใช้บ่อยๆ คือ Brawling ที่ Stun ได้เร็ว ส่วนอาวุธอื่นๆ ที่ใช้ได้ดีเช่น Dual Wield, Staff, One-Handed, Martial Arts ซึ่งโจมตีได้เร็วและสามารถ Stun ศัตรูได้ด้วยครับ




LOADOUT


ENFLAME – BACKDRAFT – INFERNO – FIERY WEAPON – REIGNITION - BURNING DETERMINATION


ก็เป็นความถนัดส่วนบุคคลอยู่ดีแหละครับ บางคนอาจใช้สกิลอื่นนอกเหนือจากนี้ได้อีกมากมายครับ ส่วนตัวผมบางครั้งยังกดสกิลพลาดอยู่บ่อยๆ เลย จะบัฟ Fiery Weapon ดันไปวางเพลิง Inferno ผิดอยู่บ่อยๆ 5555 ทั้งนี้ทั้งนั้น ให้ลองใช้และหาสกิลที่ลงตัวที่สุดเพื่อใช้สกิลกันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพครับ


วิธีการเล่น และ การหมุนเวียนการใช้สกิล'


ในส่วนนี้อธิบายค่อนข้างยากครับต้องอาศัยประสบการณ์ การเล่นมากพอสมควร ผมจะอธิบายไว้อย่างคร่าวๆ แล้วกัน


Fire Tank ซึ่งเป็น Power ที่มีสกิลการ Heal ตัวเอง และมีการทำ Damage ศัตรูได้พร้อมๆ กัน วิธีการเล่น จะต่างจาก Ice Tank อยู่พอสมควร เพราะเราไม่มีเกราะอมตะแบบ Ice Tank และค่าพลังป้องกันเราก็ถือว่าด้อยกว่าครับ แต่ไม่ถือว่าเราจะเสียเปรียบไปซะทีเดียว ซึ่ง Fire Tank เราจะทดแทนด้วยสกิลจำพวก Self-Healing  ที่ทำ damage ศัตรูได้ในเวลาเดียวกัน การเล่น Fire Tank นี้จึงต้องอาศัยจังหวะ ดึง กระชาก ลาก ผลัก แล้ว บล็อก สลับโจมตี ซึ่งเป็นการเล่นที่ค่อนข้างสนุกครับ


เริ่มแรกเมื่อเราเห็นฝูงศัตรูกำลังตรงเข้ามาหาทีมเรา แน่นอนครับสิ่งที่เราต้องทำก็คือดึงความสนใจให้ศัตรูโจมตีเราให้มากที่สุด เพื่อเพื่อนตำแหน่งอื่นๆ เราจะได้ทำงานได้สะดวกขึ้น


ให้เริ่มจากเข้าไปประชิดศัตรูก่อน เริ่มจากใช้สกิล Enflame เพื่อให้ศัตรูโดยรอบโดนเผา จากนั้นรีบบัฟ Fiery Weapon ทันที แล้วคอมโบอาวุธสั้นๆ ยิ่งอาวุธที่ Stun ศัตรูได้ยิ่งดีครับ เพื่อให้เราได้รับ Heal


จากนั้นให้ใช้ Backdraft เพื่อดึงมอนเข้ามารวมที่ตัวเรา และได้ Heal ซ้ำอีกครั้ง จากนั้นจึง กด Block เพื่อรอจังหวะ และอาจใช้ Inferno เพื่อผลักศัตรูที่อยู่รอบๆ เราให้ลอยและไม่ตีเพื่อนเราครับ


ระหว่างนี้ให้หาช่องที่สามารถดึงมอนเข้าหาเราได้โดยไม่กระทบเพื่อนๆ ในทีม โดยการกด Backdraft หรืออาจะใช้เทคนิกอื่นๆ ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวครับ อาจจะคอมโบอาวุธ สลับกับบล็อก แล้วหาช่องใช้สกิล วนไปเรื่อยๆ ครับ